วันอังคารที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2556

คลิปวีดิโอ

ฟาร์มบีเกิ้ล lamdoghouse


ฟาร์มบีเกิ้ล tarojunior 



โรงพยาบาลสัตว์รังสิต








สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล โดย ณัฐพล ธนกิจสุนทร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

ประวัติความเป็นมาของบีเกิ้ล


         บีเกิ้ล มีถิ่นกำเนิดที่ประเทศอังกฤษ เป็นสุนัขรักสันติ รักเด็ก ไม่เพียงเป็นสุนัขล่าสัตว์อย่างกระต่ายในอดีต บีเกิ้ลสืบสายพันธุ์มาจากสุนัขดมกลิ่นประสาทในการรับกลิ่นดีเยี่ยม แต่สำหรับผู้เลี้ยงสุนัขพันธุ์นี้คงไม่ดีแน่หากหวังจะใช้เป็นสุนัขเฝ้าบ้่าน เพราะความเป็นสุนัขสังคม ไม่ชอบยึดอยู่กับสิ่งใดเพียงสิ่งเดียว เพราะจะทำให้บีเกิ้ลหงุดหงิดได้ง่าย บีเกิ้ลจึงเหมาะที่จะเลี้ยงไว้เพื่อสร้างมิตรภาพกับบุคคลในครอบครัวมากกว่า





สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล โดย ณัฐพล ธนกิจสุนทร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

มาตรฐานสายพันธุ์บีเกิ้ล

1. ลักษณะทั่วไป
            มักมีขนสามสีบนตัว คือ สีขาว สีดำ และน้ำตาล สีที่ออกโดยมากเป็นสีขาว ส่วนสีดำกับสีน้ำตาลนั้นจะอยู่บนลำตัวและแผ่นหลังด้านใต้ท้องก็จะเป็นสีขาวเช่นกัน หน้าผากจะตั้งชัดเจน ใบหูยาวปรกลงมา ขนสั้นตรง หางยาวปานกลางค่อนข้างตรงชี้ขึ้น ขนาดกะทัดรัด รูปร่างแข็งแรง
2. ศีรษะ
            กะโหลกค่อนข้างยาวท้ายทอยเป็นรูปโดม หน้าผากกว้างละเต็มจมูกยาวปานกลาง ส่วนปลายจมูกเห็นชัดเจน ฟัน ฟันต้องแข็งแรง ฟันสีขาว สบกันพอดี
3. ตา
            ดวงตากลมใหญ่ ตั้งอยู่มนตำแหน่งพอดี สายตานุ่มนวล แต่แววตาแสดงออกถึงความกระตือรือร้น ดวงตามีสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลแดง
4. หู
            หูอยู่ในตำแหน่งต่ำเล็กน้อย ชิดกับหัว ขอบหน้าใบหูชิดแก้ม มีความยาวมาก ถ้ากางหูออก ปลายใบหูจะชิดกับปลายจมูก ใบหูเนื้อบาง หูค่อนข้างกว้างและกลม ในส่วนปลายไม่สามารถทำให้หูตั้งขึ้นได้
5. คอ
            ลำคอยาวปานกลางอยู่ในตำแหน่งอิสระ แข็งแรง คอไม่ต่ำ ลำคอสะอาด ไม่มีรอยย่นของผิวหนังแต่อาจมีบ้างเล็กน้อยในตำแหน่งด้านล่างตรงมุมของกรามแต่ยอมรับได้
6. ลำตัวส่วนหน้า
            ลำตัวสะอาดเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ เส้นโค้งของไหล่จะทำให้การเดินและท่าทางของสุนัขเต็มไปด้วยความแข็งแรงดูไม่หนาเทอะทะ


7. ขาหน้า
            ตรงเต็มไปด้วยกระดูกซึ่งเป็นลักษณะของสุนัขกลุ่มล่าสัตว์ข้อเท้าสั้นและแข็งแรง
8. ลำตัว
            อกลึกและกว้างแต่ไม่รบกวนการเป็นอิสระของไหล่ กล้ามเนื้อแข็งแรง สั้นและกว้างมีขอบชัดเจนกระดูกซี่โครงกางชัดเจนทำให้เกิดช่องอกที่สมบูรณ์
9. ส่วนท้ายของลำตัว
            แข็งแรง กล้ามเนื้อสะโพกและต้นขาแน่น แข็งแรงส่งผลให้ลำตัวเต็มไปด้วยพลัง
10. ขาหลัง
            เข่าแข็งแรง ลาดลงพอดี ข้อเท้าสมดุลและแบบออกปานกลาง
11. เท้า
            เท้าได้รูปหุบแน่นกลมอุ้งเท้าแข็งและเต็ม
12. หาง
            อยู่ตำแหน่งปานกลาง ปลายหางโค้งขึ้นเล็กน้อยสูงกว่า แต่ไม่ไปด้านหน้ามากนัก หางจะมีขนเป็นพวง
13.สีขน
           
3 สีร่วมกันโดยไม่มีสีใดเด่น
ลักษณะพิเศษ
            เป็นสุนัขที่มีลักษณะเด่น คือความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง ทั้งยังสนใจกลิ่นต่างๆมาก ซึ่งเป็นลักษณะของสุนัขล่าสัตว์ แม้ว่าอาจจะแตกต่างไปบ้างในแต่ละตัวและอีกอย่างคือความเป็นมิตรเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดีในบ้านหรือนอกบ้าน





สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล โดย ณัฐพล ธนกิจสุนทร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

ลักษณะนิสัย

         สุนัขพันธุ์นี้เป็นสุนัขที่มีพื้นฐานมาจากสุนัขล่าสัตว์ขนาดเล็ก ชอบอยู่เป็นฝูง การมีสังคม หรืออยู่กับสุนัขตัวอื่นๆ ย่อมไม่มีปัญหา โดยเฉพาะกับสุนัขพันธุ์เดียวกัน ไม่มีความก้าวร้าว มีความเป็นตัวของตัวเองสูงไม่ใช่เป็นสุนัขที่พร่ำเพรื่อ จะเห่าเฉพาะเวลาที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านเท่านั้น


สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล โดย ณัฐพล ธนกิจสุนทร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

วิธีการเลือกซื้อ

        สำหรับการเลือกซื้อลูกสุนัขนั้นควรเลือกที่มีอายุไม่ต่ำกว่า 60 วันขึ้นไป คนไทยส่วนใหญ่นั้นมักซื้อลูกสุนัขเมื่ออายุประมาณ 45 วันเท่านั้น ซึ่งถือว่ามีความเสี่ยงมากเนื่องจากลูกสุนัขยังได้รับวัคซีนไม่ครบ ทางที่ดีควรเลือกซื้อสุนัขในวัยที่หย่านมแล้ว ซึ่งลูกสุนัขจะไม่ต้องการดูแลเอาใจใส่จากแม่สุนัข และลูกสุนัขวัยนี้จะปรับตัวในเรื่องการกินอาหารตามที่ผู้เลี้ยงได้จัดไว้ได้แล้ว อีกทั้งลูกสุนัขวัยนี้เป็นวัยที่พร้อมจะรับบทเรียนได้ดีที่สุด เพราะเริ่มเข้าใจการฝึกบทเรียนที่จะทำความมคุ้นเคยกับที่อยู่และฝึกการขับถ่าย

การเลี้ยงดู


การเตรียมสถานที่นอน
     ในคืนแรกที่เรานำลูกสุนัขเข้ามาเลี้ยงในบ้าน เราควรจัดเตรียมสถานที่นอนให้กับมันก่อนตรงนี้แล้วแต่จะเลือกตามความเหมาะสมในบ้านว่าต้องการให้อยู่ในบริเวณใดของบ้าน แต่ควรจะเป็นที่ที่มีอากาศถ่ายเทสะดวก และควรเป็นที่ประจำที่มันจะต้องนอน ถ้าจะให้ดูแลง่าย ไม่ต้องกลัวว่าสุนัขจะทำเรี่ยราด แนะนำให้เลี้ยงในกรงตั้งแต่ยังเล็ก ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนตำหนิว่าเลี้ยงหมาในกรงเป็นการทรมานสัตว์ เพราะจริงๆการเลี้ยงในกรงจะเหมาะกับสุนัขเล็กที่ยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ ในช่วงแรกที่เรานำสุนัขมาจากฟาร์มควรให้สุนัขนออนหลับพักผ่อนให้เต็มที่ อย่าพยายามปลุกเพื่อนำมันไปเล่น เพราะจะทำให้อ่อนเพลีย การที่เราให้สุนัขพักผ่อนอย่างเต็มที่จะทำให้สุนัขมีความกระปรี้กระเปร่า และร่าเริงอย่างเต็มที่ในวันถัดไป
การฉีดวัคซีนในสุนัข
     วัคซีนป้องกันโรคไข้หัดสุนัข โรคตับอักเสบติดต่อ และโรคเล็บโตสไปโรซิส เข็มแรกควรฉีด เมื่อสุนัขอายุได้ 2 เดือน เข็มที่สองควรฉีด เมื่อสุนัขได้ 2 เดือนครึ่งถึง 3 เดือน สุนัขพ่อพันธุ์ ควรฉีดซ้ำทุกๆปี สุนัขแม่พันธุ์ควรฉีดก่อนมีประจำเดือนถ้าต้องการผสม วัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้า ควรฉีดเมื่อสุนัขอายุได้ 4 เดือนและควรฉีดซ้ำๆทุกปี การสังเกตอาการของสุนัขป่วย เมื่อสุนัขเริ่มป่วย อาจจะเป็นโรคที่ร้ายแรงหรือไม่ร้ายแรง จะมีอาการขั้นแรกเหมือนกันคือ ไม่กินอาหารหรือกินน้อยกว่าปกติ หรืออาเจียน ซึม ไม่ร่าเริงแจ่มใส มีอาการท้องร่วงหรือท้องผูก มีอาการไข้ จมูกแห้งการอาบน้ำ
ลูกสุนัข เราไม่ควรอาบน้ำให้มันถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อาจใช้ผ้าชุบน้ำอุ่นบิดให้แห้ง เช็ดความสกปรก หรือใช้แปรงและหวีหวีขนเบาๆ ก็เพียงพอแล้วสำหรับการทำความสะอาดให้กับลูกสุนัข สุนัขโต สำหรับสุนัขที่โตแล้วสามารถอาบน้ำได้ทุก 1 - 2 สัปดาห์ หรือเมื่อคุณเห็ยว่าสุนัขมีเนื้อตัวที่สกปรก ขอเน้นย้ำว่าในการเช็ดตัวให้กับสุนัข ควรเช็ดให้แห้ง หรือทำให้แห้งโดยวิธีการเป่า เพราะถ้าเราเช็ดตัวไม่แห้งแล้วปล่อยสุนัขไปอาจทำให้สุนัขปอดบวม
การออกกำลังกาย
     การที่เราเลี้ยงสุนัขให้อ้วนเกินไป ดูเผินๆเหมือนมีความน่ารัก แต่จริงๆแล้ว ความอ้วนเป็นสิ่งอันตรายที่จะพรากบีเกิ้ลแสนรักจาเราให้เร็วขึ้น ผู้เลี้ยงบีเกิ้ลหลายคนจึงควรหันมาใส่ใจสักนิด กับการออกกำลังกายของสุนัขแสนรักของท่าน จริงๆควรเริ่มพาสุนัขออกกำลังกายตั้งแต่มันยังเล็กเพราะจะสามารถควบคุมเวลาในการออกกำลังกายได้ เนื่องจากสุนัขพันธุ์นี้เป็นสุนัขที่มีความกระตือรือร้น มีความตื่นตัวสูง และต้องการพื้นที่ในการวิ่งเล่นดังนั้นในแต่ละวันจึงควรพาสุนัขออกกำลังโดยการวิ่งเล่นหรือทำกิจกรรมร่วมกันอย่างน้อยประมาณ 30 นาที










สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล โดย ณัฐพล ธนกิจสุนทร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

อาหารของสุนัข


อาหารสุนัขโต (ตั้งแต่ 1-6 ปี) 
         สำหรับสุนัขโต มีการพัฒนาของทางเดินอาหาร ระบบการย่อย และระบบการดูดซึมอย่างสมบูรณ์ดีแล้ว เจ้าของสามารถให้อาหาร 1-2 ครั้งต่อวันได้ อย่างไรก็ตามแม้สุนัขจะโตเต็มที่ ก็ยังต้องการอาหารที่มีคุณภาพ และครบถ้นด้วยสารอาหารทั้ง 5 หมู่ มีการย่อยได้และการดูดซึมนำสารอาหารไปใช้ได้สูง จึงทำให้มีปริมาณกินที่ไม่มาก อุจจาระเป็นก้อนเล็ก ไม่นิ่มหรือแข็งจนเกินไป สุขภาพดี ร่างกายสมส่วน ไม่อ้วน ไม่ผอม ขนสวยเงางาม ให้ระยะการเป็นสัดและให้ลูกที่สมบูรณ์
อาหารสุนัขชรา (7 ปีขึ้นไป)
         เมื่อสุนัขพันธุ์ใดก็ตามอายุเพิ่มมากขึ้น ความเสื่อมของอวัยวะก็เกิดขึ้นตามมา การให้โภชนการที่ครบถ้วนตั้งแต่เริ่มต้น จนกระทั่งวัยชรา จะช่วให้พวกเขามีสุขภาพดี อายุยืนยาว ป้องกันการเจ็บป่วยจากโรคร้ายต่างๆได้
**ข้อแนะนำ สำหรับสุนัขสายพันธุ์บีเกิ้ลเป็นสุนัขที่ต้องใช้พลังงาน ควรแนะนำให้เลือกกินอาหารเม็ดควบคู่กับอาหารเปียก เพราะอาหารเม็ดจะช่วยในการขัดฟันและลดการสะสมของคราบฟันและหินปูนได้**
##ห้ามให้สุนัขกินช็อกโกแลตและหัวหอม เป็นอันขาดเพราะอาจทำให้สุนัขเป็นอันตรายถึงตายได้##
การผสมพันธุ์
        การผสมพันธุ์ควรเริ่มประมาณวันที่ 10 ถึง 14 หลังจากเริ่มเป็นสัด คือ ระยะที่สองของการเป็นสัด การผสมอาจทำเพียงครั้งเดียวก็พอ แต่ส่วนมาก้องการให้ได้ผลแน่ๆ จึงผสมสองครั้งห่างกัน 24 ชั่วโมง การผสมพันธุ์ตัวผู้จะขึ้นคร่อมโดยใช้ขาหน้ารัดเอวตัวเมีย บางตัวขาดประสบการณ์ทำให้สอดใส่อวัยวะเพศได้ไม่ถูกต้อง เจ้าของก็ต้องช่วยแนะนำแนวทางกว่าจะทำได้สำเร็จ ซึ่งตัวผู้จะคาอวัยวะเพศค้างไว้ในช่องคลอดตัวเมียเป็นเวลา 20-30 นาที หรือที่เรียกว่า ติด ทั้งนี้เพื่อให้น้ำเชื้อหรืออสุจิจากตัวผู้เข้าสู่มดลูกของตัวเมียได้สะดวก การนำสุนัขตัวเมียไปผสมพันธุ์กับตัวที่อยู่ห่างไกลควรนำตัวเมียไปก่อนที่จะมีกำหนดประมาณ 7 วัน เพื่อให้สุนัขได้คุ้นเคยกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งคุ้นเคยกับสุนัขตัวผู้ด้วยและเมื่อผสมพันธุ์แล้ว 4 วันก็ควรทำการถ่ายพยาธิอีกครั้ง บีเกิ้ลบางตัวที่มีน้ำหนักตัวมากเกินไปอาจไม่สามารถผสมพันธุ์ได้เองตามธรรมชาติ ซึ่งเจ้าของควรจะช่วยในการผสมพันธุ์ของสุนัขอย่างใกล้ชิด หรือจะเลือกใช้วิธีการผสมเทียมก็แล้วแต่ความสะดวก




สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล โดย ณัฐพล ธนกิจสุนทร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

โรคทางพันธุกรรมที่สามารถพบได้ในบีเกิ้ล


Cherry eye

                การที่ต่อมน้ำตาที่อยู่บริเวณหนังตาชั้นที่สามของน้องหมาขยายใหญ่และโผล่ยื่นออกมา สาเหตุการเกิดนั้นเป็นเพราะว่ามีเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ยึดต่อมไว้กับเนื้อเยื่อโดยรอบน้อยกว่าปกติหรือเนื้อเยื่อที่ยึดนี้ไม่แข็งแรง ในบางรายอาจเป็นผลตามมาจากการกระทบกระเทือนของหนังตาชั้นที่สามก็ได้นะคะ หลายคนคงสงสัยว่า หนังตาชั้นที่สามนี่มันอยู่ตรงไหน หนังตาชั้นที่สามก็คือ เนื้อเยื่อสีชมพูเป็นแผ่นจากทางหัวตา เวลาลืมตาหนังตาชั้นที่สามนี้จะหดลงมาทำให้เห็นได้ยาก แต่จะสังเกตได้ง่ายเวลาน้องหมาหลับเพราะหนังตาชั้นที่สามนี้จะยื่นขึ้นมาคลุมลูกตาไว้ค่ะ พันธุ์น้องหมาที่มักพบโรคนี้ ได้แก่ บูลด็อก, ชิวาวา, ชิสุ, บีเกิ้ล, ชาไป่, บูล เทอร์เรีย, บาสเซ็ต ฮาวน์ และ เซนต์ เบอร์นาด
อาการของ Cherry eye            จะเริ่มจากเจ้าของน้องหมาพบเห็นก้อนสีแดงหรือชมพูโผล่ขึ้นที่บริเวณหัวตา  บางตัวจะเริ่มจากเป็นๆหายๆและต่อมาต่อมจะยื่นออกมาถาวร อาจเป็นข้างเดียวหรือเป็นทั้งสองข้างก็ได้ค่ะ หลังจากเกิดการยื่นของต่อมแล้วจะพบว่าเกิดการอักเสบเรื้อรังเนื่องจากตัวต่อมจะไประคายเคืองลูกตา และเริ่มมีน้ำตาหรือขี้ตาไหลออกมามากกว่าปกติ ถ้าทิ้งไว้นานอาจทำให้น้องหมาคันตา จนเกาหรือถูตาจนเกิดกระจกตาขุ่น อักเสบและอาจมีแผลที่กระจกตาตามมาได้
การรักษา Cherry eye
               โดยการหยดตาด้วยยาในกลุ่มสเตียรอยด์และยาปฏิชีวนะนั้น แทบไม่ได้ผลในการรักษาเลย การรักษาที่ได้ผลดีและแนะนำให้ทำก็คือ การผ่าตัด ซึ่งแบ่งเป็นสองแบบ ได้แก่
ผ่าตัดแบบเอาต่อมออกไปเลย ข้อดีของวิธีนี้ คือ เป็นการผ่าตัดที่ค่อนข้างง่าย ไม่ยุ่งยากในการทำ (ไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุและเครื่องมือผ่าตัดเฉพาะสำหรับผ่าตา ทำให้คลีนิคคุณหมอหลายๆที่สามารถทำได้ ไม่จำเป็นต้องส่งไปหาคุณหมอเฉพาะทางโรคตาน้องหมาก็ได้ค่ะ) แต่มีข้อเสีย คือ มีโอกาสสูงที่จะเกิดอาการตาแห้งภายหลังผ่าตัดได้ เนื่องจากต่อมของหนังตาชั้นที่สามนั้นเป็นต่อมที่ทำหน้าที่สร้างน้ำตา (น้ำตาทำหน้าที่ในการหล่อลื่นลูกตา และช่วยในการป้องกันการติดเชื้อและฆ่าเชื้อโรคได้) ถ้าเราผ่าตัดเอาต่อมนี้ออกไปย่อมส่งผลให้มีปริมาณน้ำตาลดลง ส่งผลให้เกิดโรคตาแห้งตามมา อาการของโรคตาแห้งที่มักพบคือ น้ำตาเหนียวข้น กระจกตาอาจขุ่น อักเสบและมีแผลหลุม มีเส้นเลือดและเม็ดสีที่กระจกตา เยื่อตาขาวอักเสบ เพราะฉะนั้นการรักษาด้วยวิธีนี้จำเป็นที่จะต้องวัดน้ำตาก่อนว่ามีปริมาณน้ำตาเท่าไหร่ ถ้าปริมาณน้ำตาน้อยควรหลีกเลี่ยงวิธีการผ่าตัดนี้นะคะ ผ่าตัดดันต่อมของหนังตาชั้นที่สามกลับเข้าที่เดิม ข้อดีก็คือ การผ่าตัดนี้ไม่ได้เอาต่อมน้ำตาออกไป ดังนั้นจึงหลีกเลี่ยงโอกาสเกิดโรคตาแห้งภายหลังผ่าตัดได้ จึงเป็นวิธีที่เหมาะกับสุนัขที่มีปัญหาน้ำตาน้อย ส่วนข้อเสียคือ เป็นวิธีการผ่าตัดที่ยุ่งยากกว่า และหลังผ่าตัดก็มีโอกาสที่ต่อมจะกลับมายื่นได้อีก ทำให้อาจต้องผ่าตัดหลายครั้ง ในปัจจุบัน จะแนะนำให้ผ่าตัดแก้ไขโรค Cherry eye ด้วยเทกนิคนี้ในน้องหมาทุกตัวมากกว่า แม้ว่าจะวัดปริมาณน้ำตาแล้วไม่น้อยเกินเกณฑ์ที่กำหนดก็ตามค่ะ












สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล โดย ณัฐพล ธนกิจสุนทร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

รูปภาพประกอบ







สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์
สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล โดย ณัฐพล ธนกิจสุนทร อนุญาตให้ใช้ได้ตาม สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย.

วันพุธที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2556

สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล


นายณัฐพล ธนกิจสุนทร (นัท) 5505092 sec.09
เรื่อง สุนัขพันธุ์บีเกิ้ล
             ผมได้ไปศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับสุนัขพันธุ์บีเกิ้ล ซึ่งสุนัขพันธุ์บีเกิ้ลเป็นสุนัขที่น่ารัก และเป็นที่นิยมในปัจจุบัน ผมได้เดินทางไปสอบถามเจ้าของฟาร์มบีเกิ้ล ถึงวิธีการเลี้ยงดู สายพันธุ์บีเกิ้ลเข้ามาได้อย่างไร การให้อาหาร วิธีการดูสายพันธุ์ วิธีการดูลักษณะอย่างไรถึงดี มีความสวยงามและมีราคาสูง เพื่อความแน่นอนของข้อมูลมากขึ้น ผมจึงเดินทางไปสอบถามหมอถึงโรคของสายพันธุ์บีเกิ้ล วิธีการป้องกันโรค วิธีการรักษาโรค